ข่าวยอดฮิต

แดงเดือด … อีกหนึ่งบททดสอบ สำคัญของ “มอยส์” กับตำแหน่งกุนซือผี

Posted : Mar 6th, 2014 by admin (421 Views)

ในที่สุดก็มาถึงช่วงเวลาที่แฟนบอลทั่วโลก ต่างรอคอยนั่นก็คือการแข่งขันศึกแดงเดือดระหว่าง”ปีศาจแดง”แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและ”หงส์แดง”ลิเวอร์พูลที่จะระเบิดแข้งกันในคืนวันอาทิตย์นี้

BRITAIN SOCCER ENGLISH PREMIER LEAGUE

สิ่งแรกที่ทุกคนมองเห็นอย่างประจักษ์ชัดและ รู้สึกผิดแปลกไปจากปกติก็คือการพบกันในครั้งนี้ของทั้งสองทีมต้องยอมรับใน ข้อเท็จจริงที่ว่าลิเวอร์พูลดูเหมือนจะเป็นต่อยูไนเต็ดอยู่เล็กๆ

ยูไนเต็ดกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันอดีตกุนซือโบราณวัตถุประกาศวางมือจากการคุมทีมเมื่อซัมเมอร์ที่ ผ่านมาก่อนจะเดวิด มอยส์นายใหญ่หน้าอีทีที่ก้าวขึ้นมารับตำแหน่งแทน

ท่ามกลางความคาดหวังอย่างสูงลิ่วของแฟนบอล อดีตกุนซือเอฟเวอร์ตันรายนี้กลับทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังหลังพาทีมรั้ง เพียงอันดับที่่ 6 ของตารางพรีเมียร์ ลีก

ขณะที่ผลการแข่งขันฟุตบอลถ้วยภายในประเทศก็ตกรอบแบบเรียบวุธ ส่วนรายการฟุตบอลถ้วยใบโตของยุโรปอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกก็ล่อแหลมจากผลงานในนัดแรกที่บุกไปพ่ายโอลิมเปียกอสมาก่อน 2-0

ที่บอกว่าน่าผิดหวังไม่ใช่เพียงผลการแข่งขันที่ออกมาภายใต้การทำทีมของมอยส์ เท่านั้น หากแต่แนวทางการเล่นของสโมสรก็ยังดูเป็นบอล”ไม่มีทรง”และยังหารูปแบบการเข้า ทำที่ลงตัวไม่เจอ

การเล่นบอลสไตล์โยนเข้าใส่หาใช่เป็นที่พึงปรารถนาของทีมยักษ์ใหญ่อย่างยูไน เต็ดไม่ ทว่าหากนี่เป็นทีมอย่างเอฟเวอร์ตัน,โบลตันหรือสโต๊ค ซิตี้ก็คงไม่มีใครให้ความสนใจ

รูปแบบการเข้าทำที่ไร้จินตนาการของยูไนเต็ดในฤดูกาลนี้ทำให้แฟนบอลแทบมองไม่ เห็นแสงสว่างในปลาบอุโมงค์ถึงแม้จะมีการเสริมสตาร์ดังแบบฆวน มานูเอล มาต้าเข้ามาร่วมทีมในเดือนมกราคมที่ผ่านมาก็ตาม

จากผลการแข่งขันในนัดล่าสุดของยูไนเต็ดที่ไล่ถล่มเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยนไปได้ 3-0 แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงบางอย่าง นั่นคือพวกเขา”มีความหลากหลาย”ในการเข้าทำมากขึ้นและนี่คือสิ่งที่ทุกคนอยาก จะเห็น

หากผมการแข่งขันออกมาไม่เป็นใจแต่สามารถต่อสู้กับคู่แข่งได้อย่างสม ศักดิ์ศรี แฟนบอลอย่างเราๆก็คงสนับสนุนทีมต่อไปอย่างเต็มที่เหมือนที่เริ่มส่งสัญญาณไป ในทางที่ดีขึ้นในนัดล่าสุด

อย่างไรก็ตามหวังว่ายอดทีมแห่งเมืองแมนเชสเตอร์คงจะไม่เข้าอีหรอบเดิมที่ดู เหมือนจะฟื้นตัวขึ้นมาได้แล้ว สุดท้ายก็พังทลายอย่างไม่เป็นท่าเหมือนหลายๆครั้งในฤดูกาลนี้

เกมวันอาทิตย์ยูไนเต็ดและมอยส์จะได้พบกับบท ทดสอบที่เรียกได้ว่าเป็น”ของจริง”สำหรับการเปิดสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดต้อนรับการมาเยือนของคู่ปรับตลอดกาลอย่างลิเวอร์พูล

ทีมดังแห่งถิ่นแอนฟิลด์พัฒนาอย่างก้าวกระโดดในฤดูกาลนี้ภายใต้การทำทีมของ เบรนแดน รอดเจอร์สกุนซือตาหวานและปัจจุบันก็รั้งรองจ่าฝูงของตารางโดยตามหลังเชลซี อยู่ 7 แต้มแต่ลงเล่นน้อยกว่า 1 นัด

ตรงกันข้ามกับยูไนเต็ด ลิเวอร์พูลของรอดเจอร์สไม่ได้เพียงแต่สามารถเก็บผลการแข่งขันที่้ต้องการได้ เท่านั้น หากแต่รูปแบบการเล่นก็ดูดีมีอนาคตและสร้างความหวังให้แก่เหล่า”เดอะ ค็อป”ทั้งหลายได้

แฟนบอลหลายคนของลิเวอร์พูลยังคงยืนกรานว่าในตอนนี้พวกเขาขอแค่เพียงได้ไปเตะ แชมเปี้ยนส์ ลีกฤดูกาลหน้าก็เพียงพอแล้วแต่ในความเป็นจริงพวกเขากลายเป็นทีมลุ้นแชมป์ อย่างเต็มตัว

แม้เกมรับจะยังคงเป็นปัญหาของยอดทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซี่ไซด์ในฤดูกาลนี้ แต่แนวรุกที่นำโดยหลุยส์ ซัวเรซและดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ก็กลบข้อด้อยของทีมได้อย่างหมดจด

คู่หู”SAS”จะเป็นอาวุธสำคัญของลิเวอร์พูลสำหรับเกมสุดสัปดาห์นี้และมีสิทธิ์ ทำให้ทีมเจ้าบ้านน้ำตาตกในได้ง่ายๆซึ่งต่างกับโรบิน ฟาน เพอร์ซี่และเวย์น รูนี่ย์ที่ยังจูนกันไม่ติดเสียทีในซีซั่นนี้

เฉกเช่นเดียวกับคำกล่าวที่ว่า”สถานการณ์สร้างวีรบุรุษ” มอยส์เองที่ทำให้ทีมตกต่ำลงมาถึงจุดนี้ก็ควรฉกฉวยโอกาสจากเกมแดงเดือดหาจุด เปลี่ยนให้กับทีม

หากยูไนเต็ดสามารถเอาชนะลิเวอร์พูลที่กำลังเข้าฟอร์ม ณ เวลานี้จะไม่ได้หมายความแค่เพียง 3 คะแนนเท่านั้นแต่นั่นจะเป็นแรงกระตุ้นที่ดีเยี่ยมสำหรับความมั่นใจของพวกเขา ที่จะส่งผ่านไปยังเกมต่อๆไปรวมถึงโมเมนตัมที่อาจเอนเอียงกลับมาหาพวกเขาอีก ครั้งสำหรับการเตรียมตัวเริ่มต้นฤดูกาลใหม่

นอกจากนี้จากสภาวะการณ์ที่ได้เปรียบเนื่องจากการลงเล่นในบ้านจะเป็นข้อ พิสูจน์อีกครั้งของมอยส์สำหรับการคุมทีมยักษ์ใหญ่ว่าเขาดีพอหรือจะ”มือไม่ ถึง”อย่างที่ใครหลายคนคิด…

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Comments

Leave a Reply