ข่าวยอดฮิต

ลิเวอร์พูล VS แมนฯซิตี้ ดวลกันปอนด์ต่อปอนด์

Posted : Apr 6th, 2014 by admin (181 Views)

แม้ยังเหลืออีกหลายเกมกว่าจะจบฤดูกาล แต่ว่ากันว่าเกมซูเปอร์ซันเดย์ระหว่าง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านรอรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปรียบเสมือนนัดชิงชนะเลิศที่อาจตัดสินว่าใครจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครอง เราเลยถือโอกาสนี้เทียบฟอร์มวัดกันแบบตัวต่อตัวของทั้งสองทีม

ผู้รักษาประตู

ซิมง มิโญเล่ต์ ย้ายเข้ามาเฝ้าเสาเพียงแค่ฤดูกาลแรกเท่านั้นถือว่าประสบความสำเร็จอย่างงด งามมีส่วนช่วย “หงส์แดง” ลุ้นแชมป์อยู่ในเวลานี้ โดยเฉพาะนัดแรกของฤดูกาลเขาเป็นฮีโร่เซฟจุดโทษช่วยทีมเฉือน สโต๊ค 1-0 แต่เมื่อเทียบผลงานโดยรวมจนถึงตอนนี้การเซฟของเขากลับรั้งแค่อันดับ 7 มีเปอร์เซนต์ป้องกันไม่ให้เสียประตูโดยเฉลี่ย 72.3

สำหรับ โจ ฮาร์ท ต้องเจอบททดสอบครั้งสำคัญปลายปีก่อนฟอร์มตกโดนดร็อปมานั่งสำรองก่อนช่วง คริสต์มาสจนกระทั่งเปลี่ยนศักราชใหม่กลับมายึดมือหนึ่งคืนพร้อมความเหนียว แน่นหนึบมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อพิจารณาจากสถิติกลายเป็นผู้รักษาประตูที่มีค่าเฉลี่ยเสียประตูน้อยที่ สุด

ใครเจ๋ง: แมนเชสเตอร์ ซิตี้

wmyyEX

ผลงานแบ็คโฟร์ในฤดูกาลนี้จะใช้แกนหลักอัน ประกอบไปด้วย เกล็น จอห์นสัน แบ็คขวา ส่วน มาร์ติน สเคอร์เทล จับคู่ ดาเนี่ยล แอกเกอร์ ในตำแหน่งเซนเตอร์ แบ็คซ้ายกลายเป็นการแจ้งเกิดของ จอน ฟลานาแกน จนได้รับฉายา “นิว คาฟู” อีกหนึ่งตำนานกัปตันทีมชาติบราซิลชุดคว้าแชมป์โลก อย่างไรก็ตาม “หงส์แดง” กลับถูกมองว่ามีจุดอ่อนอยู่ตรงแผงหลังนี่แหละที่เสียประตูมากเกินความจำเป็น

ขยับไปทางฝั่ง “เรือใบสีฟ้า” ต้องยกให้ แว็งซ็องต์ กอมปานี เป็นแกนหลักในแนวรับที่มีจุดแข็งทั้งลูกกลางอากาศและภาคพื้นดิน เมื่อมีเขาคนนี้รับรองได้เลยว่าทั้งทีมรู้สึกเพิ่มความอุ่นใจมากขึ้นจึงไม่ สำคัญว่าจะจับคู่กับใคร แม้คู่ขาที่เล่นด้วยกันบ่อยที่สุดก็คือ มาร์ติน เดมิเคลิส ฟอร์มไม่น่าไว้วางใจเท่าไหร่มักเป็นบ่อน้ำมันอยู่เสมอ

ใครเจ๋ง: เสมอกัน

มิดฟิลด์

สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด กัปตันไดนาโมคือหัวใจในแดนกลางและถือเป็นจุดศูนย์รวมของทีมเลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์คับขัน “สตีวี่จี” มักสวมบทอัศวินม้าขาวพังประตูถูกที่ถูกเวลา นอกจากนั้นเขายังมีผู้ช่วยอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ โจ อัลเลน รวมถึง ลูคัส เลว่า ที่หายเจ็บกลับมาทันช่วยทีมช่วงโค้งสุดท้าย

ทางฝั่ง ซิตี้ บุคคลที่ต้องนึกถึงก่อนเลยก็คือ ยาย่า ตูเร่ โคตรมิดฟิลด์ที่โดดเด่นทั้งบุ๊นและบู๊ล้างผลาญแถมมักสอดขึ้นมาพังประตูได้ เป็นกอบเป็นกำยิงทะลุถึง 18 ตุงเข้าไปแล้ว นอกจากนั้นยังมีคู่ขา แฟร์นานดินโญ่ ถือว่าสอบผ่านกับซีซั่นแรกบนเกาะอังกฤษรวมถึงอีกหนึ่งแข้งใหม่ เฆซุส นาบาส โดดเด่นไม่แพ้กัน ขณะที่ ซามีร์ นาสรี่ และ ดาบิด ซิลบา กลับมาอยู่ในมาตรฐาน

ใครเจ๋ง: แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เกมรุก

SAS กลายเป็นรหัสที่ถูกสื่อบนเกาะอังกฤษให้คำนิยามของคู่กองหน้าอันตรายที่สุดใน พรีเมียร์ลีก หลุยส์ ซัวเรซ และ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ ถล่มตาข่าย 49 ประตู เมื่อนับรวมถึง ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ด้วยจะเพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นเป็นสามประสานในแดนหน้า 55 ประตูและอีก 21 แอสซิสต์จากจำนวนประตูทั้งหมดที่ทำได้ 90 ประตู

น่าเสียดายเล็กน้อยสำหรับ แซร์คิโอ อเกวโร่ โชว์ฟอร์มร้อนแรงอย่างมากในช่วงต้นฤดูกาลนำเป็นดาวซัลโวอยู่ระยะนึงแต่เพราะ เจออาการบาดเจ็บรบกวนทำให้หายหน้าไปพักใหญ่ ดังนั้นต้องหันไปพึ่ง อัลบาโร่ เนเกรโด้ ศูนย์หน้าป้ายแดงอิมพอร์ตจากลาลีกา และ เอดิน เซโก้ หอกบอสเนี่ยน

ใครเจ๋ง: ลิเวอร์พูล

กุนซือ

เรียกว่า “หงส์แดง” มาไกลเกินคาดหมายจากที่เป้าเดิมขอแค่ติดท็อปโฟร์ก็หรูแล้วแต่สถานการณ์ตอน นี้ยอดทีมแห่งเมอร์ซี่ไซด์ลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกเต็มตัวเป็นครั้งแรกใน รอบกว่า 2 ทศวรรษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมรุกอันสวยงาม,ดุดันและมีประสิทธิภาพต้องชมการวางหมาก ของ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือตาหวานสมควรได้รับเครดิตไปเต็มๆ

เชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วยสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตัดสินใจปลด โรแบร์โต้ มันชินี่ ก่อนว่าจ้าง มานูเอล เปเญกรินี่ เข้ามากอบกู้ศักดิ์ศรีกลับคืนมา แม้เพิ่งคุมทีมแค่ฤดูกาลแรกแต่ผลงานในพรีเมียร์ลีกกำลังไปได้สวยจนตอนนี้ถูก ยกให้เป็นทีมเต็งหนึ่งคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก

ใครเจ๋ง: เสมอกัน

ฟอร์มการเล่น

เป็นอะไรที่น่าประทับใจไม่น้อยสำหรับ ร็อดเจอร์ส และขุนพลหงส์แดงรวมพลังกันฟันฝ่าจากสถานะผู้ไล่ตามจนไต่อันดับกลับขึ้นนำ เป็นจ่าฝูงพรีเมียร์ลีกด้วยสถิติอันสุดน่าทึ่งชนะ 9 แมตช์ติดต่อกัน ความพ่ายแพ้หนสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม ปีที่แล้วบุกไปปราชัยต่อ เชลซี 1-2 นับจากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่แพ้ใครโดยเก็บชัยถึง 12 เกมเสมอ 2 นัด

สำหรับ “เรือใบสีฟ้า” ภายใต้แกนนำของ เปเญกรินี่ เป็นอีกทีมที่ทำผลงานโดดเด่นนับตั้งแต่ขึ้นปีศักราช 2014 พ่ายแพ้แค่ครั้งเดียวต่อ เชลซี เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์หลังจากนั้นไม่เคยเสียท่าให้ใครอีกเลยเป็นการคว้าชัย 9 เกมเสมอ 2 แมตช์ยังไม่นับรวมมีเกมอยู่ในมืออีก 2 นัด หากชนะรวดจะกลายเป็นจ่าฝูงทันที

ใครเจ๋ง: ลิเวอร์พูล

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

Comments

Leave a Reply